บริการสืบค้น

Custom Search

PostHeaderIcon บ้านพิพิธภัณฑ์ House of Museums


ตั้งอยู่เลขที่ 170/17 หมู่ 7 หมู่บ้านคลองโพแลนด์ ซอยคลองโพ 2 ถนนศาลาธรรมสพน์ หากขับรถมาตามถนนพุทธมลฑลสาย 2 ไปด้านทางรถไฟหรือคลองมหาสวัสดิ์จนสุด จะพบถนนธรรมสพน์เลี้ยวซ้ายไปตามป้ายพิพิธภัณฑ์ เป็นสถานที่จัดแสดงข้าวของของชาวเมืองชาวบ้านทั้งของเก่าและของใหม่ หลากหลายประเภท เช่น ของเล่น หนังสือ เครื่องเขียน เครื่องครัว และของใช้ในชีวิตประจำวันต่าง ๆ จึงเปรียบเสมือนคลังมรดกถ่ายทอดอดีตสู่ปัจจุบัน สร้างอยู่ในพื้นที่ 58 ตารางวาเป็นอาคารสมัยใหม่กว้าง 3 คูหา สูง 3 ชั้นครึ่ง ชั้นล่างจำลองร้านค้าในอดีตเพื่อย้อนบรรยากาศยุคก่อน พ.ศ. 2500 ทั้งร้านขายกาแฟ ร้านขายยา ร้านตัดผม เป็น
 


ต้น รวมทั้งมีห้องจัดนิทรรศการหมุนเวียนตามหัวข้อต่างๆ ด้วย เปิดให้เข้าชมเฉพาะวันเสาร์และอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 10.00-17.00 น. ค่าเข้าชม ผู้ใหญ่คนละ 30 บาท เด็ก 10 บาท สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 0 2869 6281, 0 1257 4508, 0 9200 2803  

PostHeaderIcon ถนนอุทยาน (ถนนอักษะ)




เป็นเส้นทางเชื่อมระหว่างถนนพุทธมณฑลสาย และสาย ตรงไปสู่พุทธมลฑล จังหวัดนครปฐม มีอีกชื่อหนึ่งว่า ถนนอักษะ ได้รับการยกย่องว่าเป็นถนนที่ตกแต่งได้สวยงามที่สุดในประเทศไทย โดยมีไม้ดอกไม้ประดับและต้นไม้ใหญ่ตลอดสองข้างทาง ริมถนนติดตั้งเสาไฟเป็นรูปหงส์ 979 ต้น เปิดใช้เป็นทางการในปี พ.ศ.2542


PostHeaderIcon ซาฟารีเวิลด์



ตั้งอยู่เลขที่ 99 ถนนรามอินทรา บริเวณกิโลเมตรที่ 9 เขตมีนบุรี มีเนื้อที่ประมาณ 430 ไร่ แบ่งพื้นที่ออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ ส่วนที่หนึ่ง คือ ซาฟารีปาร์ค ซึ่งเป็นสวนสัตว์เปิด มีสัตว์ต่างๆ เช่น ม้าลาย กวาง ยีราฟ นก เสือ สิงโต หมี ฯลฯ ให้นักท่องเที่ยวได้นั่งรถชมชีวิตความเป็นอยู่ของสัตว์ตามธรรมชาติโดยรถส่วนตัว หรือรถบริการพร้อมผู้บรรยายของซาฟารีเวิลด์ ส่วนที่สอง คือ มารีนปาร์ค หรือสวนน้ำ มีสัตว์น้ำ และสัตว์ชนิดต่างๆ ที่หาดูให้ชมยาก รวมทั้งการแสดงต่างๆ เช่น การแสดงของปลาโลมา, นก, แมวน้ำ และลิง เป็นต้น
นอกจากนี้ยังมีร้านอาหารและเกมส์ต่างๆ เช่น เกมส์ปาเป้า ยิงปืน โยนบ่วง ฯลฯ ไว้บริการ ซาฟารีเวิลด์เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00-17.00 น. อัตราค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 390 บาท เด็ก 290 บาท สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2518 1000-19, 0 2914 4100-9 หรือที่เว็บไซต์ http://safariworld.com/

PostHeaderIcon Siam Park City (สวนสยาม) สวนน้ำและสวนสนุก


ตั้งอยู่ที่ถนนสุขาภิบาล 2 คันนายาว เขตบึงกุ่ม มีเนื้อที่ 72 ไร่ เป็นสวนสนุกที่ประกอบไปด้วยทะเลน้ำจืด สไลเดอร์ สวนนก พร้อมด้วยเครื่องเล่นนานาชนิด นอกจากนี้ยังมีศูนย์ศิลปวัฒนธรรมจัดแสดงการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระหว่างประเทศ เช่น จีน ลาว กัมพูชา เป็นต้น เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10.00-18.00 น. ติดต่อสอบถามรายละเอียดการเดินทาง และอัตราค่าเข้าชมได้ที่ โทร. 0 2919 7200-19 เว็บไซต์ http://www.siamparkcity.com/
นอกจากสวนสนุกต่าง ๆ ดังที่กล่าวมาแล้วนั้นภายในห้างสรรพสินค้าชั้นนำหลายแห่งในกรุงเทพฯ ก็มีสวนสนุกตั้งอยู่ภายในบริเวณอาคาร ได้แก่ 

PostHeaderIcon สวนเสรีไทย

สร้างขึ้นตามโครงการพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยการพัฒนาบึงกุ่มให้เป็นพื้นที่เก็บกักน้ำเพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมกรุงเทพฯ และเพื่อเป็นที่ระลึกของขบวนการเสรีไทยในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 สวนแห่งนี้นับว่าเป็นโรงเรียนต้นไม้กลางแจ้งที่มีพรรณไม้หลากหลายชนิดให้กับผู้ที่สนใจได้ศึกษา มีทั้งสวนป่า ลานดอกไม้หอม สวนไม้ผล และปาล์มพันธุ์ต่างๆ บางชนิดเป็นพันธุ์ที่หายากและเพาะยาก เช่น ปาล์มน้ำพุ ตาลฟ้า เป็นต้น 
นอกจากนี้ยังเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของประชาชนจำนวนมากอีกด้วย เปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 05.00 – 20.00 น. สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2379 7884


ที่ตั้ง :ถนนเสรีไทย แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม กทม.
ขนาดพื้นที่ :350 ไร่
เวลาทำการ :05.00 -20.00 น. ทุกวัน
ประเภทของสวน :สวนสาธารณะขนาดกลาง
รถประจำทาง :ถนนเสรีไทย สาย 27, 109, 151, ปอ. 2, ปอ. 19, ปอ.พ. 3
ประวัติความเป็นมา   
 
สวนน้ำกว้างใหญ่แห่งนี้มีที่มาจาก โครงการพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อจุดประสงค์หลัก ในการเป็นบึงรับน้ำฝนขนาดใหญ่ด้านตะวันออกของกรุงเทพฯ เพื่อใช้ป้องกันแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในขณะนั้น ดำเนินการโดยสำนักงานเขตบางกะปิ ณ บริเวณบึงกุ่ม หรือบึงตาทอง ซึ่งเป็นบึงสาธารณะเก่าแก่ที่มีขนาดใหญ่แต่ได้ถูกรุกล้ำจนมีสภาพ ตื้นเขิน จึงได้ปรับปรุงบึงเดิมตามแนวธรรมชาติ
 จนสามารถรองรับน้ำได้ถึง 1.5 ล้านลูกบาศก์เมตร พร้อมประตูระบายน้ำเพื่อควบคุมระดับน้ำ และระบายสู่คลองบึงกุ่มต่อเนื่องสู่คลองแสนแสบต่อไป รวมทั้งพัฒนาพื้นที่ 90 ไร่รอบบึงด้วย ต่อมาในวันที่ 12 พฤศจิกายน 2530 ได้มอบให้กองสวนสาธารณะเป็นผู้ดูแล จนในปี 2539 ได้มีการพัฒนาขยายพื้นที่ ส่วนที่เหลืออีก 260 ไร่ 
สร้างเป็นสวนป่า 1 ใน 9 แห่งตามโครงการสวนป่า กทม.เฉลิมพระเกียรติในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงครองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี ในชื่อว่า "สวนน้ำบึงกุ่ม" 
ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็น "สวนเสรี ไทย "เพื่อเป็นอนุสรณ์แก่ขบวนการเสรีไทย ผู้ทำคุณประโยชน์แก่ประเทศ และมีพิธีเปิดเป็นทางการเมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2540 ซึ่งตรง กับวันครบรอบ 52 ปี แห่งวันสันติภาพไทย
ลักษณะเด่นและจุดที่น่าสนใจในสวน   
" สวนน้ำ" คือ ลักษณะเด่นที่เป็นเอกลักษณ์ของสวนเสรีไทย จากการพัฒนาพื้นที่ให้สอดคล้อง กับลักษณะทางกายภาพที่เป็นบึงน้ำขนาดใหญ่ การสร้างทัศนียภาพโดยรวมให้ดูคล้ายแหล่งน้ำ ในธรรมชาติจริงที่เต็มไปด้วยพรรณไม้ชายน้ำประดับตามขอบบึง และร่มเงาไม้ใหญ่เรียงรายเป็นทิวแถวสร้างความสงบร่มเย็น เหมาะแก่การนั่งชมทิวทัศน์ธรรมชาติริมบึงเหล่านี้เป็นแนวคิดหลัก ที่ผู้ออกแบบสวนสาธารณะ

ต้องการถ่ายทอดออกมาเป็นภาพ เพื่อความพึงพอใจแก่ผู้ใช้สวน พร้อมตกแต่งเพิ่มจุดสนใจในแนวคิดสวนน้ำด้วยมุมน้ำตก ม่านน้ำพุกลางสระสร้างเส้นสายที่เคลื่อนไหว และเสียงธรรมชาติให้เกิดในสวนน้ำจึงดูไม่หยุดนิ่งจนน่าเบื่อเกินไป นำมาซึ่งจินตนาการกว้างไกลแก่ผู้มาพักผ่อนในสวนได้อย่างดี
เกาะกลางน้ำ   บริเวรกลางบึงสร้างเป็นเกาะธรรมชาติ อุดม ด้วยไม้ดอกไม้ประดับอวดสีสันสวยงาม มีศาลาชมวิว ให้แวะพัก คลายร้อน
หออนุสรณ์เสรีไทย   แสดงนิทรรศการเกี่ยวกับขบวนการ เสรีไทย ที่มีบทบาทสำคัญในประวัติศาสตร์


PostHeaderIcon พิพิธภัณฑ์ธนาคารไทย


ตั้งอยู่ภายในบริเวณธนาคารไทยพาณิชย์ ถนนรัชดาภิเษก (เอสซีบี ปาร์ค)จัดแสดงวิวัฒนาการของเงินตรานับแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ที่มีการและเปลี่ยนสัตว์เลี้ยงและทาส มาเป็นโลหะวัตถุและเป็นเงินตราในที่สุด และยังจัดแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับวิวัฒนาการของธนาคารในประเทศไทยนับจากธนาคารแห่งแรกของไทยถือกำเนิดขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2431 เปิดให้เข้าทุกวันอังคาร-เสาร์ ตั้งแต่เวลา 10.00-17.00 น. โทร. 0 2544 4504, 0 2544 4525, 0 2544 4462-3

หากก้าวเข้าไปในตัวอาคาร ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาตลาดน้อย ความรู้สึกที่คงค้างมาจากด้านนอกก็ยิ่งทวีคูณ เพราะเจอกับอินทีเรียดีไซน์สมัยปู่ย่ายังสาว เผลอๆ คอลเลคชั่นอินเทรนด์ ที่เฟ้นเลือกมาสวมใส่มาจัดการเรื่องเงินๆ ทองๆ ก็อาจจะดูแปลกแยก แตกต่างจากสถานที่ทำธุรกรรมเหลือเกิน ด้วยความที่ตัวอาคารเก่าแก่ได้รับการบูรณะขึ้นมาจนเหมือนใหม่ของธนาคารแห่งนี้ คงกลิ่นอายของธนาคารพาณิชย์ในยุคแรกๆ ของสังคมไทยที่ยังสดใหม่ให้เราได้เห็น เหมือนเพิ่งก่อสร้างเสร็จเมื่อไม่นานมานี้ 



ด้วยทำเลที่ตั้ง อาคารงามกับบรรยากาศริมน้ำเจ้าพระยา บอกเล่าถึงเรื่องราวในอดีต ที่เราทุกคนสามารถเข้าไปดื่มด่ำกับความงดงามของศิลปะแบบตะวันตกยุคที่ลัทธิล่าอาณานิคมเข้ามาบีบคั้น ศิลปะแขนงต่างๆ จึงออกมาในรูปแบบผสมผสานระหว่างความเจริญของโลกตะวันตกและวัฒนธรรมแห่งโลกตะวันออก 


หากพูดถึงประวัติของสาขาธนาคารพาณิชย์แห่งนี้ ต้องพูดถึงชื่อของ Annibale Rigotti สถาปนิกชาวอิตาลี ผู้ทำหน้าที่ออกแบบอาคารดังกล่าว และยังฝากผลงานระดับแกรนด์เอาไว้อีกมากมาย อย่างน้อยก็พระที่นั่งอนันตสมาคมและตึกไทยคู่ฟ้า ที่ยังยืนยาวมาจนถึงวันนี้ 


ตัวที่ทำการสาขาตลาดน้อย เป็นสถาปัตยกรรมแบบโบซารส์ (Beaux Arts) และมีผู้รับเหมาสัญชาติเยอรมัน ชื่อ ห้างยี.ครูเซอร์ รับหน้าที่คุมงานก่อสร้างทั้งหมด ในปี พ.ศ.2451 ถัดจากนั้น อีก 74 ปีต่อมา อาคารเก่าแก่หลังนี้ก็ได้รับรางวัลอาคารอนุรักษ์ดีเด่น ประจำปี พ.ศ. 2525 จากสมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ เพราะความสวยเด่นเป็นสง่า 


“ในยุคนั้นเป็นยุคที่การค้าขายยังใช้ทางน้ำเป็นหลัก การตั้งสำนักงานตลาดน้อยที่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาแห่งนี้ถือเป็นยุครุ่งเรืองของธนาคาร เพราะเป็นย่านธุรกิจและการค้าที่สำคัญในขณะนั้น กิจการของธนาคารเจริญรุดหน้าอย่างรวดเร็ว เพราะสะดวกในการคมนาคมทั้งทางบกและทางน้ำ จึงมีการเปิดให้บริการด้านต่างๆ เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะด้านเงินฝาก โดยเริ่มเงินฝาก ‘สงวนทรัพย์’ หรือเงินฝากออมทรัพย์ขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย” คุณหญิงชฎา วัฒนศิริ ธรรม อดีตกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์เล่าย้อนอดีตให้ฟัง 





ถ้าดูจากแปลนเดิม จะเห็นว่าทางเข้าสำนักงานกินความกว้างเพียงไม่กี่เมตร แต่พอพ้นจากส่วนนั้น จะพบกับพื้นที่กว้างขวาง ทั้งนี้เป็นไปตามความเชื่อไทยโบราณว่าเป็นพื้นที่แบบ ‘ถุงเงิน’ ทั้งยังคล้องกับแนวคิดด้านสถาปัตยกรรมที่ผสมความเชื่อของชาวจีนว่า ทางเข้าแคบแต่ปลายบานจะทำให้เงินเข้าง่ายออกยาก 


ครั้นเมื่อก้าวข้ามบันไดทางเข้าหลักเพื่อไปสู่ด้านในของตัวอาคาร นาฬิกาก็เหมือนจะทวนเข็มกลับไปไม่รู้กี่ร้อยพันรอบ เพราะเจอกับการตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้และผ้าไหม สถาปัตยกรรมคลาสสิคบนลวดลายหัวเสา รวมทั้งวัสดุเครื่องใช้ในการทำงานต่างๆ ได้แก่ เครื่องตรวจ ลายมือชื่อ เครื่องพิมพ์ดีดโบราณ เครื่องคำนวณ ที่น่าจะเข้าไปอยู่สงบๆ ในพิพิธภัณฑ์มากกว่า หรือพื้นกระเบื้องลายศิลปะแบบอาร์ตนูโว อายุร่วม 100 ปี แบบเดียวกับที่ใช้ในพระราชวังบ้านปืน จังหวัดเพชรบุรี 


หากย้อนถามเศรษฐีเก่าในปัจจุบัน แม้จะเปลี่ยนเจเนอเรชั่นมาหลายชั่วอายุคนแล้ว แต่จะพบว่าหลายตระกูลไม่ว่าจะเป็นราชนิกูลดั้งเดิมหรือโล้สำเภาเข้ามาสร้างตัวเมืองไทย ต่างก็เริ่มต้นเปิดประตูแห่งความมั่งคั่งที่นี่เป็นจุดแรก และประตูที่ว่าล้วนเกิดขึ้นระหว่างกรอบไม้ระแนงสีทองเหลืองและเคาน์เตอร์ไม้ที่ประกอบกันอย่างประณีตลงตัวแห่งนี้ ซึ่งทำหน้าที่ต้อนรับลูกค้าทุกระดับมาตั้งแต่เริ่มสาขา 





เมื่อเลยเข้าไปหลังระแนงทองเหลือง จะเป็นทางลงสู่ ‘ห้องมั่นคง’ (Strong Room) รับหน้าที่เก็บเงินสดและทองคำที่ลูกค้ามาฝากไว้ ซึ่งตู้เซฟทั้งหมด ทำมาจากไม้บีชโบราณ ขณะที่ประตูห้องเป็นระบบล็อก 7 ชั้น ที่หาชมยากและแทบไม่มีแล้วในระบบธนาคารปัจจุบัน แต่ทั้งหมดก็ยังคงใช้งานได้ดี 


ขึ้นไปชั้นบน พื้นที่นี้เคยเป็นส่วนแสดงของพิพิธภัณฑ์ธนาคารไทย ให้ประชาชนทั่วไปเข้าชมได้ ก่อนจะถูกย้ายมาไว้ที่สำนักงานใหญ่ แยกรัชโยธินราว ในปี พ.ศ.2538 


ตัวธนาคารสาขาตลาดน้อย จึงปรับปรุงพื้นที่ดังกล่าวไว้เป็นห้องรับรองและพื้นที่เอนกประสงค์โดยเปิดโอกาสให้สาขาหรือลูกค้าเข้ามาใช้จัดงาน นิทรรศการ หรือการประชุม ตามแต่โอกาส และยังมีระเบียงพักผ่อนบนยอดอาคาร หรือจะเปลี่ยนบทให้เป็น ‘ริเวอร์วิว’ บางครั้งบางคราวก็ได้ 

PostHeaderIcon พิพิธภัณฑ์อัยการไทย

อยู่ที่ชั้น 11 ของอาคารสำนักงานอัยการสูงสุด ถนนรัชดาภิเษก ตั้งขึ้นเนื่องในวาระแห่งการเฉลิมฉลอง 100 ปีแห่งการสถาปนาสถาบันอัยการไทยในปี พ.ศ. 2536 เพื่อรวบรวมทรัพย์สินทางนิติศาสตร์ที่มีค่าของประเทศ เช่น อุปกรณ์ ของใช้ในห้องทำงานอัยการ หนังสือกฎหมายโบราณ และบันทึกหลักฐานสำนวนคดีประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ เปิดให้เข้าชมทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 09.00-16.00 น. ไม่เก็บค่าเข้าชม โทร. 0 2541 2951, 0 2541 2934 

PostHeaderIcon พิพิธภัณฑ์เด็ก

ตั้งอยู่ในบริเวณสวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พิพิธภัณฑ์เด็กกรุงเทพมหานคร หรือ CHILDREN'S DISCOVERY MUSEUM เป็นโครงการที่สืบเนื่องจากพระราชปรารภในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ที่ทรงตระหนักถึงความสำคัญในการสร้างสรรค์กระบวนการเรียนรู้อย่างเพลิดเพลินของเด็กไทย และจากกิจกรรมสำหรับเด็กและครอบครัวของกทม. พิพิธภัณฑ์เด็กกรุงเทพมหานครจึงได้ถือกำเนิดขึ้นเป็นอาคารจัดแสดงนิทรรศการ 3 หลัง พร้อมลานกิจกรรมกลางแจ้ง ซึ่งก่อสร้างแล้วเสร็จในปี พ.ศ.2544 บนพื้นที่ 5 ไร่ ในสวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ภายใต้โครงการเฉลิมพระเกียรติเนื่องในวโรกาสพระชนมายุครบ 60  พรรษา 

PostHeaderIcon ตลาดนัดสวนจตุจักร

ตั้งอยู่ที่ถนนพหลโยธิน มีร้านค้ามากกว่า 8,000 ร้านค้า และยังมีสินค้าจากทั่วภูมิภาคมากมายหลายประเภทจำหน่าย เช่น สินค้าพื้นเมือง เครื่องจักสาน เครื่องประดับ เสื้อผ้า ไปจนถึงสัตว์เลี้ยง นอกจากนี้ในวันพุธและศุกร์ของสัปดาห์จะมีการจัดบริเวณเฉพาะสำหรับร้านค้าพันธุ์ไม้ดอกไม้ประดับชนิดต่างๆ ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่ง เปิดทุกวันเสาร์และวันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 07.00-18.00 น. ทั้งนี้ยังสามารถใช้บริการส่งของถึงบ้านวันเดียวถึงของบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ที่เคาน์เตอร์ไปรษณีย์ในตลาดนัดจตุจักร ใกล้กับธนาคารออมสิน สำหรับพื้นที่ กทมฬ และปริมณฑล ถ้าฝากก่อนเวลา 14.00 น. จะถึงมือผู้รับภายในเวลา 20.00 น. ของวันเดียวกัน แต่ถ้าส่งหลังเวลา 14.00 น. จะถึงมือผู้รับไม่เกินเวลา 14.00 น. ของวันถัดไป สำหรับผู้ที่อยู่ในพื้นที่ต่างจังหวัด จะถึงผู้ภายใน 3 วันทำการ เปิดให้บริการทุกวัน จั้งแต่เวลา 09.00 - 17.00 น. หรือที่ Call Center 1545 ในวันและเวลาทำการ 

PostHeaderIcon อุทยานผีเสื้อและแมลงกรุงเทพฯ

ตั้งอยู่ในสวนวชิรเบญจทัศ (สวนรถไฟ) ด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ มีพื้นที่ประมาณ 6 ไร่ บริเวณอุทยานประกอบด้วยลานกิจกรรม บริเวณจัดนิทรรศการ ห้องเพาะเลี้ยงอาหาร ห้องเพาะเลี้ยงตัวอ่อน ลานชมวิว ลานแมลง ลานผีเสื้อ และลานลำพู ตัวอาคารส่วนที่เป็นกรงมีพื้นที่ 1,100 เมตร สร้างในลักษณะโดมขนาดใหญ่สูง 15 เมตร สามารถระบายอากาศได้เนื่องจากใช้วัสดุโปร่งในการก่อสร้าง บริเวณของอุทยานมีส่วนเชื่อมต่อกับสวนจัตุจักรและสวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ นับเป็นห้องเรียนธรรมชาติที่เหมาะสำหรับการเรียนรู้และเป็นสถานที่สำหรับศึกษาค้นคว้า วิจัย รวบรวม แลกเปลี่ยนความรู้เรื่องพันธุ์ผีเสื้อและแมลง วงจรชีวิต รวมทั้งชีวิตความเป็นอยู่ของผีเสื้อและแมลง เปิดให้บริการทุกวัน เว้นวันจันทร์ ตั้งแต่เวลา 08.30-16.30 น. สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2615 7333 

PostHeaderIcon สถานแสดงพันธุ์ปลาน้ำจืด

อยู่ภายในบริเวณกรมประมง ในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ตั้งขึ้นโดยความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทยและแคนาดาตั้งแต่ พ.ศ.2521 ภายในเป็นการจัดแสดงเกี่ยวกับพันธุ์ปลาน้ำจืดของไทย ปลาสวยงาม ปลาเศรษฐกิจ ปลาที่ใกล้จะสูญพันธุ์ พรรณไม้น้ำจืดของไทย รวมทั้งศึกษาและวิจัยด้านทางด้านวิชาการ เปิดทุกวันจันทร์ ศุกร์ ตั้งแต่เวลา 08.30 – 16.00 น. เสาร์ อาทิตย์ เวลา 10.00 – 14.00 น. ค่าเข้าชม เด็ก นักเรียน นักศึกษา คนละ 5 บาท ผู้ใหญ่ คนละ 10 บาท (หากเข้าชมเป็นหมู่คณะต้องทำหนังสือถึงสถาบันฯ ล่วงหน้า 1 สัปดาห์) สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ โทร. 0 2562 0600-15 ต่อ 5118 


PostHeaderIcon ศูนย์สปัน อารยวัฒนศิลป์

ตั้งอยู่ที่ถนนวิภาวดีรังสิต เป็นพิพิธภัณฑ์จัดแสดงวิวัฒนาการเครื่องแต่งกาย ของไทยและนานาชาติ และผลงานด้านศิลปหัตถกรรมต่าง ๆ ได้แก่ การแต่งกายของชาวไทยในอดีต จัดแสดงชุดแต่งงานของผู้ที่มีชื่อเสียงในอดีต ภาพนางงามตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ภาพมงกุฏกษัตริย์ทั่วโลก จัดแสดงวิวัฒนาการการแต่งกายของโลกตั้งแต่อียิปต์ กรีก โรมัน จนถึงปัจจุบัน การปั้นโดยย่อสัดส่วนได้แก่ การประดิษฐ์กระทง เมืองตุ๊กตา และการจัด ดอกไม้ไทย (ติดต่อล่วงหน้าก่อนเข้าชม) โทร. 0 2531 2013, 0 2532 2733-4, 0 2993 5888 

PostHeaderIcon หอเกียรติภูมิรถไฟ

ตั้งอยู่ด้านเหนือของสวนจตุจักรใกล้บริเวณลานจอดรถเอนกประสงค์ประตู 2 ถ.กำแพงเพชร 3 เป็นอาคารเก่าของการรถไฟแห่งประเทศไทย ซึ่งสร้างขึ้นเมื่อ 30 ปี มาแล้ว เพื่อใช้เป็นที่เก็บขบวนรถไฟพระที่นั่งของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 และหัวรถจักรประวัติศาสตร์บางคัน ต่อมาได้ถูกปิดไประยะหนึ่ง ภายหลังได้รับการปรับปรุงและเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ เมื่อปี พ.ศ. 2533 เป็นสถานที่รวบรวมและให้ความรู้เกี่ยวกับการรถไฟ มีการจัดแสดงรถจักรไอน้ำ รถจักรจำลอง ขบวนรถไฟเล็กขนาดต่างๆ ภาพถ่ายและภาพวาดเกี่ยวกับเกียรติภูมิของการรถไฟโลกรวมทั้งสิ่งที่น่าสนใจต่างๆ อีกมากมาย หอเกียรติภูมิรถไฟเปิดให้เข้าชมเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 07.00-12.00 น. โดยไม่เก็บค่าเข้าชม ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ "ชมรมเรารักรถไฟ" คุณจุลศิริ  วิรยศิริ  ผู้อำนวยการหอเกียรติภูมิรถไฟ โทร. 0 1615 5776 


PostHeaderIcon พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ

อยู่ในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นสถานที่เพาะเลี้ยงและขยายพันธุ์ปลาน้ำจืดในประเทศไทย ภายในมีปลานานาชนิด จัดให้มีสภาพแวดล้อมตามธรรมชาติ เปิดให้เข้าชมทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 10.00-16.00 น. และวันหยุดราชการ เวลา 10.00-14.00 น. อัตราค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 10 บาท เด็ก 5 บาท หากเข้าชมเป็นหมู่คณะต้องทำหนังสือติดต่อก่อนล่วงหน้า โทร. 0 2579 0562, 0 2579 2151, 0 2579 2619

PostHeaderIcon พิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศ

อยู่ที่ กม.24 ถนนพหลโยธิน ดอนเมือง จัดตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2495 โดยมีความมุ่งหมายเพื่อรวบรวมยุทธภัณฑ์ทุกประเภทตามยุคสมัยตั้งแต่เริ่มกิจการบินในประเทศไทยมาจนถึงปัจจุบัน เพื่อเป็นประโยชน์แก่ประชาชน ทหาร และอนุชนรุ่นหลังในการศึกษาหาความรู้ มีอากาศยานในอดีตมากมายหลายแบบซึ่งหาดูได้ยาก บางลำได้เคยทำการปกป้องเอกราชอธิปไตยจนนักบินได้รับพระราชทานเหรียญกล้าหาญมาแล้ว เปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าชมได้ทุกวัน เว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์โดยไม่เสียค่าผ่านประตู ตั้งแต่เวลา 08.00-16.00 น.

PostHeaderIcon อนุสรณ์สถานแห่งชาติ

ตั้งอยู่ริมถนนวิภาวดีรังสิต เลยสนามบินดอนเมืองไปเล็กน้อย มีเนื้อที่ 38 ไร่ อยู่ในความดูแลของกรมยุทธศึกษาทหาร กองบัญชาการทหารสูงสุด ภายในอาคารมีการจัดแสดงจิตรกรรมฝาผนัง แสดงเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ของไทยตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัยจนมาถึงสมัยรัตนโกสินทร์ มีการจำลองเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ภาพจำหลักนูนต่ำ แสดงเรื่องการสร้างเมือง และหุ่นจำลองเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์การสงครามของไทย เปิดให้เข้าชมวันจันทร์-ศุกร์ ตั้วแต่เวลา 09.00-15.00 น. หากเข้าชมเป็นหมู่คณะสามารถติดต่อขอวิทยากรได้ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2532 1021

PostHeaderIcon กรุงเทพฯ

กรุงเทพฯ หรือ บางกอก เมืองหลวงของประเทศไทย เริ่มก่อตั้งภายหลังจากที่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกทรงครองราชย์ปราบดาภิเษกเป็นปฐมกษัตริย์แห่งราชจักรีวงศ์ เมื่อวันเสาร์ที่ 6 เมษายน เดือนห้า แรม 9 ค่ำ ปีขาล พ.ศ. 2325 พระองค์ได้โปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระราชวังทางคุ้งแม่น้ำเจ้าพระยาฟากตะวันออก เนื่องจากเป็นชัยภูมิที่ดีกว่ากรุงธนบุรีเพราะมีแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นแนวคูเมืองทางด้านตะวันตก และด้านใต้


อาณาเขตของกรุงเทพฯ ในขั้นแรกถือเอาแนวคูเมืองเดิมฝั่งตะวันออกของกรุงธนบุรี คือ แนวคลองหลอด ตั้งแต่ปากคลองตลาดจนออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณสะพานพระปิ่นเกล้า เป็นบริเวณเกาะรัตนโกสินทร์ มีพื้นที่ประมาณ 1.8 ตารางกิโลเมตร

บริเวณที่สร้างพระราชวังนั้นเดิมเป็นที่อยู่อาศัยของพระยาราชเศรษฐีและชาวจีน ซึ่งได้โปรดเกล้าฯ ให้ย้ายไปอยู่ที่สำเพ็ง ในการก่อสร้างพระราชวังโปรดเกล้าฯ ให้พระยาธรรมาธิบดี กับพระยาวิจิตรนาวีเป็นแม่กองคุมการก่อสร้าง ได้ตั้งพิธียกเสาหลักเมือง เมื่อวันอาทิตย์ เดือน 6 ขึ้น 10 ค่ำ ย่ำรุ่งแล้ว 54 นาที (21 เมษายน 2325) พระราชวังแล้วเสร็จ เมื่อ พ.ศ. 2328 จึงได้จัดให้มีพิธีบรมราชาภิเษกตามแบบแผน รวมทั้งงานฉลองพระนคร โดยพระราชทานนามพระนครใหม่ว่า “กรุงเทพมหานคร บวรรัตนโกสินทร์ มหินทรายุธยา มหาดิลกภพ นพรัตน์ราชธานีบุรีรมย์ อุดมราชนิเวศน์มหาสถาน อมรพิมานอวตารสถิต สักกะทัตติยวิษณุกรรมประสิทธิ์” ต่อมาในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเปลี่ยน คำว่า “บวรรัตนโกสินทร์” เป็น “อมรรัตนโกสินทร์” และในสมัยจอมพลถนอม กิตติขจร เป็นนายกรัฐมนตรีได้รวมจังหวัด ธนบุรีเข้าไว้ด้วยกันกับกรุงเทพฯ แล้วเปลี่ยนชื่อเป็น “กรุงเทพมหานคร” เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2515